ประวัติพระนางจามเทวี
.jpg)
นิมิตร หมายเลข 1

.jpg)
.jpg)
พระนางจามเทวีผู้มีพระสิริโฉมสวยงาม จึงเป็นที่หมายปองของเจ้าเมืองทั่วไป
ที่มาของรูปภาพ รูปเขียนของนักเขียนมีชื่อ

กำเนิด ธิดาเมืองละโว้ พระยาราม ( พระบิดา) กษัคริย์ครองเมืองละโว้ จังหวัดลพบุรีปัจจุบัน
.jpg)
ภาพเขียนในนิมิตของนักเขียนมีชื่อ เป็นภาพที่ใกล้เคียงในนิมิตมากเพราะพระนางเป็นบุคคลิกเป็นผู้นำกล้าหาญเด็ดเดี่ยว
การสร้างบ้านแปงเมือง การขยายอาณาจักรมายังเมืองลำพูน เขตมอญเก่า

การสร้างบ้านแปงเมืองอันประกอบด้วยชาวเจ้า500 นักบวช 500 เสนาอำมาตย์ฤาษี
ช่างหลวง ช่างสิบหมู่ เป็นการขยายอาณาจักร์ของลพบุรี( ละโว้ ) โดยให้พระนางจามเทวีมาครองเมืองลำพูน
การเดินทางบกเพราะมาเป็นขบวนทัพประกอบด้วยทหารพลช้างพลม้า พลเดินเท้าเต็มขบวนทัพ
โบราณวิจารณ์ ตามบันทึกโบราณ ได้กล่าวว่าพระนางจามเทวี เสด็จทางแพ ทวนกระแสน้ำขึ้นมานั้นทางภูมิศาสตร์ขัดแย้งกันซึ่งเป็นไปไม่ได้ การเดินทัพขยายอาณาจักรต้องคุ้มความปลอดให้พระนางจามเทวีด้วย คงไม่มีใครคิดทวนกระแสน้ำขึ้นมาในสมัยนั้นยังไมมีแพยนต์
.jpg)
การอภิเษกพระนางจามเทวีเป็นกษัคริย์ครองเมืองหริภุณไชย โดยมีนักบวชและพระฤาษีเป็นประธานในพิธี
ในงานมีการสมโภช การละเล่นพื้นเมือง การร้องรำทำเพลง และลครพื้นบ้าน

พระนางจามเทวี ประสูติพระโอรสฝาแฝด ไดัแก่ เจ้าชายอนันต์ยศ และเจ้าชายมหันตยศ
พระโอรสฝาแฝด ของพระนางจามเทวี
โอรสฝาแฝดอถิเษกสมรส
ต่อมาพระโอรสทั้งสองทรงเจริญวัย เติบโตขึ้นมาได้ช่วยงานพระราชมารดาในด้านการเมือง/การทหาร/ ด้านศาสนา
ได้ด้านการทหารโดดเด่นมาได้ทรงช้างคู่บารมี( ช้างปู๋ก๋ำงาเขียว )ออกไปรบกับข้าศึกและได้รับชัยชนะทุกครั้ง
ส่วนด้านการศาสนานั้นได้ทรงสร้างพระรอดร่วมกับพระฤาษีนารรอท ( Narata )โดยเสด็จพระราชดำเนินแทนพระราชมารดา ในการประกอบพิธี พระโอรสทั้งสองทรงเป็นที่โปรดปรานของ พระฤาษีมากเพราะได้สั่งสอนประสิทธิประสาทวิชาคงกระพันชาตรี /คาถาล่องหนหายตัว/การใช้ศาสตราวุธ ทุกชนิด
ต่อมาได้ขยายอาณาจักรมายังหัวเมืองข้างเคียง พระอนัตยศได้มาครองเมืองเขลางค์นคร (ลำปาง ) และได้นำดินขาวมาสร้า้งพระรอดขาว ( สมาธิของอาจารย์เจมส์ ) และได้ดินขาวที่ลำปางมาสร้างพระรอดขาว

นำช้างสักดิ์สิทธิ์ ( ช้างปู้กำ๋งาเขียว )ออกรบชนะทุกครั้ง
ช้างศักดิ์สิทธิ์คู่บารมี
.jpg)
ช้างศักดิ์สิทธิ์คู่บารมี ชาวบ้านเรียกว่า ช้างปู๋กำ๋งาเขียวสร้างจำลองที่ด้านข้างอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อ.เมือง จังหวัดลำพูน
เป็นลักษณะช้างพลายตัวสูงใหญ่ มีลักษณะพิเศษคืองามีสีเขียว ส่งเสียงร้องดังแสบแก้วหู เมื่อช้างศัตรูได้ยินจะวิ่งหนีเตลิดออกไป ไม่เป็นขบวนทัพ
.jpg)
พระรอดพิมพ์ใหญ่วัดมหาวัน สันนิษฐาน จากนักพุทธศิลป์ และนักศิลปะ ว่าสร้างโดยช่างหลวงและได้มีรูปช้างศักดิ์สิทธ์ปรากฏในองค์พระเพื่อความยิ่งใหญ่และความขลัง
.jpg)
รูปภาพสะเก็ดที่พระอุระด้านซ้ายของพระรอดพิมพ์ใหญ่( พิมพ์เครื่องราช)
.jpg)
กู่ช้าง/กู่ม้า
หลังจากช้างศักดิ์สิทธิ์ได้เสียชีวิตลงได้ทรงโปรดให้สร้างกู่ช้างและเป็นที่นับถือของชาวเมืองลำพูนมาจาก 1,300 ปีจนถึงปัจจุบัน
เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อีกด้วย
ม้าแก้วคู่บารมี
.jpg)
ไก้แก้วคู่บารมี

ขยายอำนาจการปกครองไปหัวเมืองต่างๆ เจ้าชายอนันคยศ เสด็จไปครองนครลำปางตามพระราชประสงค์ของพระราชมารดา ตามคำเชิญของเจ้าเมือง

การเมืองการปกครอง โดยมีพระฤาษีช่วยในด้านการทหารการเมืองและประเพณีวัฒนธรรม
ได้ระดมกำลังทั้งทหารประชาชน ช่วยกันสร้างเมืองใหม่ตั้งชื่อว่าเชลางค์นคร( ลำปาง )และได้สร้างพระธาตุหลวงลำปาง
การศาสนา
.jpg)
เทวรูปดินเผาศิลปะเขมรที่สร้างในสมัยพระนางจามเทวี ค้นพบที่วัดมหาวัน โดยหนานแสง อินตะแสง(ตานายต้อม )

พระดินเผาศิลปะทวาราวดี ค้นพบที่ยริเวณหลังโรงพยาบาลลำพูน โดยช่างเสริฐในขณะที่ทำร่องระบายน้ำเสียของโรงพยาบาลทสันนิษฐานสร้างในสมัยพระนางจามเทวี เป็นพระแม่แบบในการพิจารณาความเก่าในผิวพระรอด/พระคงและพระตระกูลลำพูน คราบธรรมชาติมีลักษณะตรงกับพระเนื้อดินที่ค้นพบในภาคอีสาน
เกี่ยวกับโบราณสถานแลพระพระเครื่อง


ที่มาของภาพ พิูพิธภัณฑฺ์สถานแห่งชาติ ลำพูน

เจดีย์กู่กุด วัดจามเทวี ที่สร้างและบูรณะในสมัยพระยาสรรพสิทธิ์ พุทธศตวรรษที่ 17 หลังจากที่แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงตามบันทึกของศิลาจารึก

พระเจดีย์กูกุดวัดจามเทวีสร้างบูรณะใหม่ ในพุทธศควรรษที่ 17
.jpg)
วัตถุโบราณที่ค้นพบที่เมืองเถาะ อ.จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
.jpg)
วัตถุโบราณที่ค้นพบที่เมืองเถาะ อ.จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
.jpg)
วัตถุโบราณที่ค้นพบที่เมืองเถาะ อ.จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่